
🇯🇵 เธอรอดความสงสัยจากตำรวจมาได้ ตลอด 3 เคสแรก ก็เพราะ ประเทศญี่ปุ่น มีการใช้นิติวิทยาศาสตร์ (รวมถึงการผ่าพิสูจน์ หาสาเหตุการเสียชีวิต) ค่อนข้างน้อย
จนมาถึงเคสทีสี่ ในปี 2013 นี่แหละที่ทำให้ตำรวจเกิดความสงสัย ว่าทำไมเธอมีประวัติสามีตาย หรือป่วยเกือบตาย มาตลอด
พอผ่าพิสูจน์ ก็ชัดเลยว่าในเลือดสามีคนล่าสุด นั้น มีสารไซนาไนด์ ปะปนอยู่ในเลือด
#ข้อมูลคร่าวๆ
😭 เธอ ปัจจุบันอายุ 74 ปี ถูกจับกุมตั้งแต่เคสสามีคนล่าสุด เสียชีวิตเมื่อปี 2013 / ถูกลงโทษประหารชีวิต เมื่อปี 2017 / การอุทธรณ์ครั้งล่าสุด ไม่ประสบผลสำเร็จ โทษประหารยืน ในการไต่สวนเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา
เธอ แต่งงานครั้งแรก เมื่ออายุ 23 ปี ในปี 1969
สามีคนแรก เสียชีวิต ด้วยอาการป่วย (ตำรวจไม่คิดว่าเคสนี้ เป็นการฆาตกรรม) ปี 1994
#เหยื่อรายแรก ปี 2007 สามีคนที่สอง คุณลุงลูกติด อายุ 78 ปี / เสียชีวิต หลังจากร่วมทานข้าว กับลูกๆ โดนเธอ เอาสารไซยาไนด์ เข้าไปใส่แทนตัวยา ในแคปซูลยา ที่สามีเธอต้องทานประจำ / เคสนี้เป็นเคสเดียว ที่เหยื่อรอดชีวิต จากการกระทำของเธอ / แต่คุณลุง ก็มาเสียชีวิตด้วยอาการอื่น เพียงหนึ่งปีถัดมา
◽️เคสนี้พอเข้าขั้นสอบสวน แล้วจึงทราบว่า จริงๆ เธอติดเงินสามีคนนี้ถึง 13 ล้านบาท / คาดเดาว่าเธอวางแผนฆ่า เพื่อให้ไม่ต้องชดใช้หนี้ เพราะตลอดช่วงก่อนการถูกจับนั้น ลูกๆของคุณลุง ไม่เคยทราบเลยว่ามีมูลหนี้นี้ ที่เธอจะต้องจ่ายคืนลูกๆ ในฐานะทายาท ผู้รับมรดก
#เหยื่อรายที่สอง ปี 2012 คุณลุงนักขี่มอเตอร์ไซค์ อายุ 71 ปี สุขภาพแข็งแรง เดทกันได้ไม่นาน คุณลุงเสียชีวิต หลังพบเธอวันนึง โดยอยู่ๆ ขี่มอไซค์แล้วหมดสติ ล้มไปเลย
◽️เคสนี้ ยังไม่ได้แต่งงานกัน / และตามข่าว ก่อนเหตุเสียชีวิตสองเดือน เธอเริ่มเดทกับผู้ชายคนใหม่แล้ว
#เหยื่อรายที่สาม ปี 2013 คุณลุงอายุ 75 ปี ผู้ซึ่งผ่านการรักษามะเร็ง ในระดับที่เรียกว่าโรคสงบ สามารถมีชีวิตอยู่แบบคนปกติได้ / เสียชีวิตจากสารไซยาไทด์ ที่ซ่อนในแคปซูลยาบำรุง
◽️ที่น่าเสียใจ ก็คือ ตอนที่รถพยาบาลมาช่วยปั๊มหัวใจ เธอบอกทางทีมพยาบาลว่า ไม่ต้องปั๊มหัวใจ กู้ชีพ โดยอ้างว่าผู้ตาย ไม่มีญาติ และป่วยหนักจากมะเร็งปอดอยู่แล้ว
#เหยื่อรายที่สี่ หลังจากเกิดเหตุเหยื่อรายที่สาม แค่เพียง 2 เดือน เธอได้แต่งงานอีกครั้ง แต่เพียงแค่ไม่กี่สัปดาห์หลังการแต่งงาน คุณลุงก็เสียชีวิตในบ้านพัก หลังทานข้าวกับเธอ สองต่อสอง ได้ไม่นาน
◽️เคส เหยื่อรายที่สี่ นี่แหละ ที่ทำให้ตำรวจญี่ปุ่น เริ่มสงสัย และตัดสินใจทำการผ่าศพ เข้ากระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ เรื่องทั้งหมดถึงแดงขึ้นมา
╔═══════════╗
✏️ ตามข่าว การผ่าชันสูตรศพ จะกระทำก็ต่อเมื่อตำรวจมีความรู้สึกสงสัย ว่าเหตุการตายไม่ใช่เหตุการเสียชีวิตตามธรรมชาติเท่านั้น ทำให้เคสเหยื่อก่อนหน้านี้ของเธอ ไม่ถูกนำมาซึ่งการสอบสวนเธอในเชิงผู้ก่อเหตุฆาตกรรม
🕊 หมายเหตุ: โทษประหารชีวิตของญี่ปุ่น มีข้อกำหนดคร่าวๆ ให้ลงโทษภายใน 6 เดือนหลังวันตัดสินคดี แต่มักมีการอุทธรณ์ อยู่เรื่อยๆ เป็นเหตุให้ ไม่เกิดการลงโทษประหารจริง บ่อยครั้งนัก
╚═══════════╝
