สตราซบูร์ เมืองเล็ก สุดน่ารัก ของฝรั่งเศส
#my Strasbourg
ทริปนี้ผมมาเที่ยวที่ฝรั่งเศส แถมไม่ใช่ ฝรั่งเศสแบบเบสิคๆ ที่ใครๆ เค้าไปกันเพราะผมมาเที่ยว ในเมืองมรดกโลกที่เค้าว่ากันว่าโรแมนติกสุดๆ เพราะที่นี่มีสองวัฒนธรรม แถมยังได้ ขับเรือเล็กวนเท่ๆในเมืองมรดกโลกอีกด้วย และเมืองแห่งนี้มีชื่อว่า strasbourg
เมืองสตราซบูร์ ตั้งอยู่ในแคว้นอาลซัส ของจังหวัดบา-แร็ง ริมฝั่งแม่น้ำอีล ติดกับชายแดนประเทศเยอรมนี เป็นหนึ่งเมืองที่ถือว่ามีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในอดีตเป็นอย่างมาก เพราะเมือง แห่งนี้เคยเป็นทั้งของ เยอรมัน และ ฝรั่งเศส ทำให้เมืองแห่งนี้มีกลิ่นอายความเป็นเยอรมันอยู่ผสมอยู่ จนได้ชื่อว่าเป็นเมืองสองวัฒนธรรม..
เริ่มต้นทริปด้วยการออกจาก สนามบินสุวรรณภูมิ มาลงที่ประเทศเยอรมัน โดยสายการบินราคาประหยัดสุดๆ Eurowings สายการบินสัญชาติเยอรมัน แล้วก็นั่งรถไฟต่อมาแบบชิวๆนั้งๆนอน ข้ามประเทศมาที่ฝรั่งเศส ครับ ไอ้รถไฟที่นั้งมาเนี่ยบอกเลยครับว่าก็สะดวกสบายโอเคดีแต่ที่อยากจะเล่าให้ฟังเนี่ยก็เจ้ารถไฟน่าตาแปลกๆที่ดูสั้นๆกุดๆ เนี่ยเชื่อไหมว่าเค้าใช่นั่งข้ามประเทศนะ


*ปล.เดี๋ยวจะมาเล่าเรื่องรถไฟให้ฟังนะว่านั้งข้ามประเทศเนี่ยฟินแค่ไหน
Strasbourg Day 1
-“bonjour” ชาวเที่ยวทุกที่ ทริป สตารส์บูร์ก วันแรกเริ่มขึ้นแล้ว

เดินย้ำต๊อกออกจากโรงแรมมาไม่ไกล ก็มาถึงย่านเก่าแก่อายุหลายร้อยปีที่ชื่อว่า Petite France หรือที่เค้าเรียกๆกัน “Little France” เนี่ยแหละ บอกเลยว่าวิวที่เห็นเนี่ย อย่างกับภาพวาด หรือภาพในโปสการ์ดเลย โค้งน้ำที่ตัดผ่านตึกเก่าสองฝั่ง มีสะพานเล็กๆเดินเชื่อม สวยสุดเลยหละคุณเอ้ย…

บ้สนเรือนต่างๆ สังเกตดูดีๆจะเห็นได้ว่า ครึ่งนึงเนี่ยทำจากไม้ ส่วนอีกครึ่งทำด้วยปูน ลวดลายจะเป็นเฟรมไม้ที่ไขว้กัน ในสไตล์ของแคว้น อัลซาส (Alsace)ไม่น่าเชื่อว่าจะแข็งแรงทนทานนานเป็
ปัจจุบัน Petite France แห่งนี้เนี่ยเต็มไปด้วย ค่าเฟ่ ร้านอาหารต่างๆ ร้านอาหารไทยก็มี

ในอดีต ที่นี่เนี่ยถือเป็น ย่านที่เสื่อมโทรมเพราะเป็นเมืองที่มีแต่โรงสีและโรงงานฟอกหนัง ที่อยู่กันเป็นชุมชนเล็กๆ พอถึงในช่วง สงคราม ก็ได้กลายเป็นที่พักรักษาตัวของทหารในสงคราม จนเวลาล่วงเลยผ่านไปได้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์โดยของเมืองขึ้นใหม่และเปลี่ยนเป็นสถานที่ท่องเที่ยว
สะพานหมุนเปิดให้เรือผ่านได้


ที่ Petite France หรือ“Little France” เนี่ย UNESCO เค้ายกให้เป็นมรดกโลกด้วย บอกเลยว่าใครมาเที่ยว สตราซบูร์ ถ้าไม่อยากพลาด บรรยากาศยุคเมืองโบราณริมน้ำที่สุดแสนจะโรแมนติก กับกลิ่นอายของฝรั่งเศสและเยอรมันที่ผสมกันอยู่แบบเนียนๆไม่ควรพลาด..
เข้าชมฟรี : เที่ยวได้ 24 ชั่วโมง
การเดินทาง : รถบัสสาย 15, 24, 6 / Tram Lightrail สาย C, D ลงสถานี Les Halles ใช้เวลาเดินต่อประมาณ 5 นาที
เดินออกมาจาก Petite France ไม่ไกล ก็จะพบกับอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ Ponts Couverts บอกเลยครับว่าอยู่บนสะพานจะยืนนิ่งๆ จะเดิน หรือจะวิ่ง ยังไงก็ชิว กับวิวรอบๆที่ทั่วถึงทุกมุมมอง ขนาดบนผิวน้ำยังสะท้อนเงาความสวยงามของบ้านเรือน ที่เรียงติดกันริมแม่น้ำได้อย่างลงตัวมากๆ
สะพานแห่งนี้ ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในในปี ค.ศ. 1250 นู้นน..ซึ่งเมื่อก่อนที่นี่เค้าใช้เป็นสถานที่ตรวจและเก็บภาษี กับเรือที่ผ่านเข้ามาในเมือง บวกกับ ใช้ป้องกันการถูกโจมตีจากการบุกรุก และก็ทำหน้าที่มาอย่างยาวนานจนได้รับการยกย่องให้เป็นอนุสรณ์ทางประวัติศาสตร์แห่งฝรั่งเศสด้วยหล่ะ
Barrage Vauban / สถาปัตยกรรมที่เป็นทั้งสะพานและเขื่อนกักเก็บน้ำ
และ แบล็คกราวด้านหลังสะพาน ปง กูรแวร์ต ก็คือ เขื่อน Barrage Vauban อีกหนึ่งสถานที่สวยงาม ของเมืองสตราซบูร์ ได้อย่างดีมากๆ ซึ่งเราสามารถขึ้นไปชมวิวได้ที่เหนือสันเขื่อนได้ด้วย
เข้าชมฟรี : เที่ยวได้ 24 ชั่วโมง
การเดินทาง : รถบัสสาย 10, 15, 71 / Tram Lightrail สาย A, F ลงสถานี Les Halles ใช้เวลาเดินต่อประมาณ 5 นาที
เรือชมเมือง อีกหนึ่งสิ่งที่พลาดไม่ได้ในการมา สตราซบูร์ ก็คือการล่องเรือในแม่น้ำอิล อีกหนึ่งทางเลือกฟินฟิน ที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว
MARIN D’EAU DOUCE Strasbourg / ขับเรือเล็ก เท่ในมรดกโลก
แต่ถ้าจะให้ฟินกว่านั่งเรือชมวิวธรรมดาๆ แถมมีแต่คนอิจฉาเนี่ย..คือการได้มาขับเรือแบบชิวๆ ในฝรั่งเศสด้วยตัวเอง กลางความสวยงามของสถาปัตยกรรมหรือบ้านเรือนที่อยู่ระหว่างริมฝั่งแม่น้ำอิล
MARIN D’EAU DOUCE Strasbourg / ขับเรือเล็ก เท่ในมรดกโลก
บอกเลยครับว่าความรู้สึกเหมือนได้เป็นพระเอกหนัง ไม่ต้องอิจฉา ไม่ต้องมั่นไส้ ฝากไว้แค่นี้
บรรยากาศผู้คนในเมือง
ชิวกันมาครึ่งวันทั้งเดิน ทั้งขับเรือ ออกจากเรือมาเดินเที่ยวต่อ และกำลังจะถึงอีกหนึ่งไฮไลท์ของ สตารซบัวร์ก แต่ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนน้ำตาลจะต่ำขอเลี้ยวหาอะไรหวานๆมาชุบชีวิตทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวยกันซักหน่อย…
Christian – Salon de Thé / ร้านขนมชื่อดังเมืองสตารซบัวร์ก
ร้านขายพวกขนมเค้ก ขนมปังอบเอง แยม home made ด้านหลังร้านเป็น tea room ให้สั่งเครื่องดื่ม สั่งเค้กมานั่งทานได้
Notre-dame de Strasbourg / หนึ่งในมหาวิหารที่สวยที่สุดในโลก
หลังจากที่เติมพลังการด้วยขนมหวานกันไปแล้วตอนนี้ถึงเลยว่าให้อาหารใจกันต่อครับเพราะว่าหน้าร้านขนม Christian – Salon de Thé ก็คือภาพของ หนึ่งวิหารที่ มีรายละเอียดที่ถือว่าสวยที่สุดในโลก
เห็นงานละเอียดๆแบบนี้เนี่ยไม่น่าเชื่อเลยว่า มหาวิหารแห่งนี้จะเป็นมหาวิหารแห่งแรกของฝรั่งเศสที่สร้างขึ้นมาในรูปแบบสไตล์โกธิก(Gothic)ถือเป็นอนุสรณ์สถานทางประวัติศาสตร์ที่มีความเป็นมายาวนานแสนนานหลายศตวรรษ ขนาดสร้างยังนานถึง 400 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1015 กว่าจะเสร็จก็ ค.ศ. 1439 โดยมี สถาปนิคชาวเยอรมัน เป็นคนออกแบบ
นี้ขนาดสร้างครั้งแรกนะ สถาปัตยกรรมแห่งนี้ยังได้รับการจดขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก ให้เป็นวิหารที่มีความสูงที่สุดในยุโรปแถบตะวันตก ไม่ธรรมดาจริงๆ..
รูปภาพวิวบนยอดวิหาร Notre-dame de Strasbourg
วิหารนอร์ท-ดามสตราซบูร์มีความสูง 142 เมตร กว้าง 51.50 เมตร และยาว 110 เมตร จัดเป็นวิหารที่สูงเป็นอันดับหกของโลกเลยทีเดียว ซึ่งเดิมนั้นยอดมหาวิหารนี้จะสร้างขึ้นทั้งสองข้างแต่ตัวอาคารได้เกิดทรุดตัวขึ้นก่อนจึงทำให้เหลือยอดวิหารเพียงข้างเดียวเป็นเอกลักษณ์ให้นักท่องเที่ยวได้เห็น
วิวเนี่ยมองไปถึงเยอร์มันเลยนะ
ค่าเข้าชมภายในโบสถ์: ฟรี
ค่าเข้าชมบริเวณจุดชมวิว Cathdral Platform: EUR 5 (ประมาณ 200 บาท)
เวลาเปิดทำการ : เมษายน – กันยายน | 9:30 – 19:30 น.
ตุลาคม – มีนาคม | 8:30-11:15 และ 12:45-17:45 น.
*ช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม เปิดถึง 22:00 น. ในคืนวันศุกร์ และเสาร์
**ปิดทุกวันที่ 1 มกราคม, 1 พฤษภาคม และ 25 ธันวาคม
ราคาบัตรขึ้นชมจุดชมวิว : EUR 22 (ประมาณ 825 บาท)
เรื่องราวของผมใน Strasbourg ยังไม่จบลงง่ายๆ ตอนหน้าหน้าจะไปที่ไหนกันอีกบ้าง ห้ามพลาดนะ..
